วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559

วันสมโภชพระคริสตสมภาพ(มิสซารุ่งอรุณ)

วันสมโภชพระคริสตสมภาพ(มิสซารุ่งอรุณ) 2016
วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 2016
โดยพระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย
            
พี่น้องที่รัก เราทุกคนเชื่อว่าการบังเกิดของพระเยซูเจ้าเป็นการบังเกิดของพระเมสสิยาห์หรือพระคริสตเจ้า ผู้ทรงเป็นพระผู้ไถ่ของมนุษยชาติ ชาวอิสราเอล ซึ่งเป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรเป็นพิเศษ ได้รอคอยการเสด็จมาของพระองค์เป็นเวลานานหลายศตวรรษ แต่เมื่อวันแห่งการรอคอยนี้มาถึง พระองค์ทรงปรากฏองค์ในรูปแบบและวิถีทางที่พวกเขาคาดไม่ถึง นั่นคือ ไม่ใช่ในความหรูหรายิ่งใหญ่ของราชโอรสกษัตริย์ผู้ทรงอำนาจ แต่ในความเรียบง่ายและต่ำต้อยของเด็กทารกสามัญชนคนหนึ่ง พระองค์ไม่ได้ทรงบังเกิดในพระราชวังที่ประดับด้วยทองคำและเพชรนิลจินดาเพื่อต้อนรับทายาทแห่งราชบัลลังก์คนใหม่ แต่ทรงบังเกิดในถ้ำเลี้ยงสัตว์เล็กๆ แห่งหนึ่งที่เมืองเบธเลเฮม เพราะไม่มีห้องพักสำหรับนักบุญโยเซฟและพระนางมารีย์ บิดามารดาของพระองค์ ในโรงแรมแถบนั้นเลย

ยิ่งกว่านั้น ประชาชนกลุ่มแรกที่พระเจ้าได้ทรงเรียกผ่านทางทูตสวรรค์ให้มาพบพระบุตรของพระองค์องค์นี้เป็นสามัญชนธรรมดาและยากจน พวกเขาเป็นคนเลี้ยงแกะที่ดำเนินชีวิตอยู่ในท้องทุ่ง ในสังคมสมัยนั้นงานของพวกเขาถือว่าเป็นงานของบรรดาคนใช้ ดังนั้น สถานภาพของพวกเขาจึงอยู่ในระดับต่ำ ไม่ต่างจากทาสเท่าใดนัก อย่างไรก็ตาม แก่ประชาชนเหล่านี้แหละที่ทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้แจ้งว่า วันนี้ในเมืองของกษัตริย์ดาวิด พระผู้ไถ่ประสูติเพื่อท่านแล้ว พระองค์คือพระคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า (ลก 2:11) หลังจากที่พวกเขาได้ฟังข่าวดีนี้และเมื่อทูตสวรรค์ได้จากพวกเขาไปแล้ว พวกเขาจึงพูดกันว่า เราจงไปเมืองเบธเลเฮมกันเถิด จะได้เห็นเหตุการณ์ที่พระเจ้าทรงแจ้งให้เรารู้ (ลก 2:15)

มีบางสิ่งบางอย่างที่น่าแปลกใจในข่าวดีที่ทูตสวรรค์ได้แจ้งให้บรรดาคนเลี้ยงแกะได้ทราบ นั่นคือ แม้ว่าเบธเลเฮมเป็นเมืองของกษัตริย์ดาวิด แต่ไม่มีกษัตริย์องค์ใดจากที่นี่ได้นั่งบนบัลลังก์ของพระองค์เป็นเวลานานหลายศตวรรษแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ได้ลืมไปแล้วว่าพระผู้ไถ่ที่ทรงเป็นกษัตริย์ต้องมาจากเมืองนี้ และไม่มีใครคิดว่าพระองค์จะทรงถูกพบในถ้ำซึ่งเป็นที่พักพิงของสัตว์และในรางหญ้าซึ่งเป็นที่วางอาหารของพวกมัน

กระนั้นก็ตาม บรรดาคนเลี้ยงแกะได้เชื่อและตอบรับข่าวดีที่ทูตสวรรค์ได้นำมาแจ้งให้พวกเขาทราบด้วยความยินดีและเต็มใจ ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังสามารถเดินทางไปยังสถานที่ซึ่งพระกุมารประทับอยู่เพื่อพบพระองค์ได้อย่างถูกต้องอีกด้วย พวกเขาได้แสดงให้เราเห็นถึงความปรีชาฉลาดของพวกเขาก่อนที่บรรดาโหราจารย์จากทางทิศตะวันออกจะเดินทางไปถึงเสียอีก

ในฐานะคริสตชนคนหนึ่งเราแต่ละคนต้องมีประสบการณ์ในการพบแบบส่วนตัวกับพระคริสตเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา วิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถพบกับพระองค์ได้คือ ทำเหมือนกับบรรดาคนเลี้ยงแกะในพระวรสารวันนี้ นั่นคือ ออกไปหาพระองค์ อย่างไรก็ตาม เราต้องตระหนักอยู่เสมอว่าพระองค์อาจปรากฏองค์ให้เราเห็นในรูปแบบและวิถีทางที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ เหมือนที่พระองค์ได้ทรงปรากฏองค์ครั้งแรกแก่ชาวอิสราเอลเมื่อสองพันกว่าปีที่แล้ว ถ้าเราไม่ตระหนักถึงความจริงประการนี้ เราอาจไม่รู้ว่าเป็นพระองค์เมื่อเราได้พบพระองค์ พระองค์ประทับอยู่ท่ามกลางคนที่ขาดบ้านและไร้ที่พักพิง และคนที่เข้ามาทำงานในประเทศของเราโดยไม่มีเอกสารถูกต้องซึ่งไม่มีที่สำหรับพวกเขาในสังคมของเรา พระองค์ประทับอยู่กับคนอดยากหิวโหยผู้ซึ่งกำลังรอคอยความช่วยเหลือจากเรา พระองค์ประทับอยู่กับผู้ใช้แรงงานทั้งหลายและคนที่ยอมทำงานที่ต่ำต้อยเหมือนบรรดาคนเลี้ยงแกะที่ไปยังเมืองเบธเลเฮมเพื่อพบพระองค์เป็นกลุ่มแรก ถ้าเราแต่ละคนตระหนักถึงความจริงประการนี้ เราจะไม่พลาดโอกาสที่จะพบพระคริสตเจ้าไม่ว่าเราจะเจอพระองค์ที่ไหนและเวลาใดก็ตาม

เมื่อใดก็ตามที่เราอยากจะพบกับพระคริสตเจ้า เราต้องกลับไปยังเมืองเบธเลเฮมของเราแต่ละคนเสียก่อน ตามตัวอักษรคำว่า เบธเลเฮม ซึ่งเป็นภาษาฮีบรู แปลว่า บ้านแห่งขนมปัง พระเยซูเจ้าทรงรับธรรมชาติมนุษย์ในครรภ์ของพระนางมารีย์และทรงบังเกิดที่เมืองเบธเลเฮม บ้านแห่งขนมปัง เพื่อว่าพระองค์จะสามารถให้พระองค์เองเป็นปังทรงชีวิตซึ่งเป็นอาหารฝ่ายจิตแก่เรา การบังเกิดของพระองค์ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ แน่นอน เราเชื่อและมั่นใจว่าพระนางมารีย์ผู้ทรงให้กำเนิดพระองค์เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงโปราดปรานเป็นพิเศษ นักบุญโยเซฟเป็นผู้มีความสุขด้วยที่ได้มีโอกาสร่วมส่วนในสิทธิพิเศษนี้ของพระนาง เหล่าทูตสวรรค์ของพระเจ้าคงมีความชื่นชมยินดีอย่างใหญ่หลวงที่ได้ประกาศข่าวดีแห่งการเสด็จมาของพระผู้ไถ่ เช่นเดียวกันบรรดาคนเลี้ยงแกะคงมีความสุขและปลาบปลื้มใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนที่ได้มีโอกาสเป็นพยานถึงเหตุการณ์ยิ่งใหญ่นี้ อย่างไรก็ตาม เราแต่ละคนที่อยู่ที่นี่ไม่ได้ด้อยกว่าพวกท่านเหล่านั้นเท่าใดนัก ทั้งนี้เพราะว่าทุกวัด เมื่อมีการถวายพิธีมิสซา ก็ได้กลายเป็นเมืองเบธเลเฮมใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่ในวันคริสต์มาสเท่านั้น แต่ทุกวันตลอดปีด้วย

พี่น้องที่รัก จริงอยู่ วัดไม่ใช่เป็นสถานที่เดียวที่เราสามารถพบพระคริสตเจ้าได้ เพราะพระองค์ประทับอยู่ในตัวบุคคลที่เราพบปะในแต่ละวันด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนยากจนทั้งหลาย อย่างไรก็ตาม วัดถือได้ว่าเป็นที่ประทับที่เด่นชัดที่สุดของพระคริสตเจ้า เพราะในวัดเรามีตู้ศีลมหาสนิทและมีการประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิธีมิสซา ดังนั้น เพื่อตอบสนองต่อข่าวดีที่ทูตสวรรค์ได้แจ้งให้เราทราบ เราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่เมืองเบธเลเฮมเหมือนบรรดาคนเลี้ยงแกะในสมัยนั้น เพราะเวลานี้และที่นี่พระคริสตเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางเราแล้ว พระองค์ผู้ทรงเป็นผู้เลี้ยงแกะหรือนายชุมพาบาลที่ดีจะทรงเลี้ยงเราผู้เป็นฝูงแกะของพระองค์ด้วยพระกายของพระองค์เอง ซึ่งเป็นปังทรงชีวิตที่นำความรอดพ้นมาสู่วิญญาณของเรา เมื่อเป็นเช่นนี้วัดแห่งนี้จะกลายเป็นเมืองเบธเลเฮมใหม่ บ้านแห่งขนมปังฝ่ายจิตของเรา เพราะฉะนั้น เราได้ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่มาชุมนุมกันเพื่อพบพระคริสตเจ้าในวัดแห่งนี้ ซึ่งเป็นเมืองเบธเลเฮมของเรา ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องทุกคน
--------------------------------------
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น