วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564

อัศจรรย์จากบราเดอร์อังเดร

 



พระเจ้าทรงทราบว่ามนุษย์ไม่ได้คิดถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของพวกเขาบ่อยนัก,หรือคิดถึงพระเจ้า,หรือความจริงของคำสอนทางศาสนา พระเจ้าจึงทรงประทานหมายสำคัญให้มนุษย์เห็นถึงการประทับอยู่ของพระองค์ในธรรมชาติและความจริงในศาสนาของพระองค์ องค์พระเยซูเจ้า,พระเจ้าของเรา,เมื่อศิษย์ของนักบุญยอห์นผู้ทำพิธีล้างเข้ามาหาพระองค์ และถามว่าพระองค์ทรงเป็นพระเมสสิยาสใช่หรือไม่ พระเยซูตรัสว่า “จงไปบอกยอห์นถึงสิ่งที่ท่านได้ยินและเห็น คนตาบอดกลับมองเห็น คนง่อยเดินได้ คนโรคเรื้อนได้รับการรักษาให้หาย คนหูหนวกกลับได้ยิน คนตายกลับฟื้นขึ้นมา คนยากจนได้รับข่าวดี” พระเจ้าของเราทรงให้หลักฐานมากมายถึงความเป็นพระเจ้าของพระองค์ นอกจากอัศจรรย์ของพระองค์เองแล้ว พระองค์ทรงสัญญากับอัครสาวกว่าจะทรงให้พวกเขาสามารถทำอัศจรรย์เป็นการยืนยันความจริงในการสั่งสอนของพวกเขา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อต่อพระสัญญานี้ แล้วพวกเขาก็ออกไปประกาศพระวาจาในทุกหนทุกแห่ง พระเจ้าทรงทำงานพร้อมกับพวกเขาด้วย และทรงยืนยันพระวาจาด้วยหมายสำคัญที่ตามมา (มาระโก 16:20) ดังที่เห็นได้ชัดเจนจากประวัติพระศาสนจักรและชีวิตของนักบุญ รากฐานอันศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักรได้รับการพิสูจน์โดยอัศจรรย์ในทุกยุคทุกสมัย
 
ตั้งแต่ในสมัยของพระเยซูเจ้า มีหลักฐานอย่างเพียงพอ — และบ่อยครั้งมากเกินพอด้วยซ้ำ — เป็นหลักฐานที่ไม่ธรรมดาสำหรับทุกคนที่จะมารู้จักพระเจ้าที่แท้จริงพระองค์เดียวและศาสนาที่แท้จริงของพระองค์ ดังนั้น ในยุคของความหยิ่งทะนงทางปัญญาอันยิ่งใหญ่ในสมัยนี้ พระเจ้าจึงทรงแสดงพระเมตตาของพระองค์อีกครั้งต่อผู้คนที่ไม่เชื่อเพื่อให้พวกเขามีโอกาสมากเกินพอที่จะช่วยจิตวิญญาณของพวกเขาเองให้รอด
 
สำหรับบราเดอร์อังเดร อัศจรรย์ที่เขาทำนั้นมีจำนวนมากและเปิดเผยต่อสาธารณะทำให้ไม่สามารถโต้แย้งได้ เขารักษานักเรียนหลายคนในวิทยาลัย จนมีชื่อเสียงในฐานะนักทำอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่
 
วันหนึ่ง ขณะที่ทำหน้าที่เป็นคนเฝ้าประตู บราเดอร์อังเดรกำลังถูพื้นในห้องนั่งเล่นของวิทยาลัย ผู้หญิงคนหนึ่งมาพบเขาโดยได้ยินถึงกิติศัพท์ชื่อเสียงของเขา เธอเป็นโรคไขข้อรูมาติสซั่มมากจนเธอไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากชายสองคนที่คอยพยุงเธอโดยจับแขนแต่ละข้างคอยพยุงเธอไว้ คำขอร้องของเธอถึงบราเดอร์อังเดรนั้นเรียบง่าย: “ฉันกำลังเป็นโรคไขข้อ ฉันอยากให้คุณรักษาฉัน” บราเดอร์อังเดรไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากพื้นขณะที่กำลังถูพื้น เขาบอกกับผู้ชายที่ช่วยเหลือเธอว่า “ปล่อยให้เธอเดิน” แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เดินออกไปโดยไม่มีใครช่วยเหลือ
 
ในฐานะคนเฝ้าประตูโรงเรียน บราเดอร์อังเดรต้อนรับแขก,ทำความเคารพและอำลาแขกที่มาที่วิทยาลัย ท่านให้ความสนใจในสถานะฝ่ายวิญญาณและรับฟังปัญหาของพวกเขา คนเฝ้าประตูผู้ต่ำต้อยมักจะบอกได้ว่าใครต้องการคำอธิษฐานหรือคำแนะนำจากเขา วันหนึ่งบราเดอร์สังเกตเห็นใบหน้าของแขกคนหนึ่งซึ่งเป็นพ่อของนักเรียนประจำ เขามีสีหน้าเคร่งเครียดและวิตกกังวล เมื่อบราเดอร์อังเดรรู้ว่าชายคนนั้นเป็นห่วงภรรยาที่ป่วย บราเดอร์บอกชายคนนั้นว่า “แต่เธอไม่ได้ป่วยอย่างที่คุณคิด ในเวลานี้เธอก็ดีขึ้นแล้ว” ชายคนนั้นไม่เชื่อในคำพูดของบราเดอร์และค่อนข้างเหยียดหยาม เพราะเขารู้ว่าภรรยาของเขาป่วยมาหลายปีแล้ว แต่เมื่อกลับถึงบ้าน ภรรยาของเขาก็ทักทายเขาที่ประตู สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ จิตใจแจ่มใส และสอบถามเกี่ยวกับลูก ภายหลังชายผู้นี้ก็ได้รู้เมื่อพูดคุยกับพยาบาลของภรรยาว่าเธอขอให้พาออกจากเตียงในเวลาเดียวกับที่บราเดอร์อังเดรพูดคำว่า “เวลานี้เธอดีขึ้นแล้ว”
 
คุณพ่อเฮนรี่-ปอล เบอร์เกรอน(Father Henri-Paul Bergeron) พระสงฆ์ของคณะกางเขนศักดิ์สิทธิ์รู้จักบราเดอร์อังเดรดี ท่านได้เล่าเรื่องราวในหนังสือของท่าน The Wonder Man of Mount Royal เกี่ยวกับเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้คิดถึงเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ในพระวรสาร:
 
“วันหนึ่งขณะทื่บราเดอร์อังเดรเดินไปตามถนน Bienville ในมอนทรีออล ผู้หญิงที่ป่วยคนหนึ่งถูกพามาหาบราเดอร์ ทันใดนั้น คนป่วยในละแวกนั้น ทั้งเด็ก,ผู้ใหญ่,ผู้ชายและผู้หญิง ถูกพาออกมาจนกระทั่งถนนเต็มไปด้วยคนป่วยและคนทุพพลภาพ บราเดอร์อังเดรเอาใจใส่ทุกคนด้วยความเมตตาและคนขับรถของบราเดอร์เป็นคนที่คอยแหวกฝูงชนเพื่อให้ทางเดินแก่บราเดอร์ คนขับรถให้ข้อสังเกตว่า
 
'ช่างน่ามหัศจรรย์เหลือเกิน มันเป็นเหมือนฉากจากชีวิตของพระเยซูเจ้า: ทุกคนรีบออกมาขอความช่วยเหลือและรับการเยียวยารักษา'
 
'อาจจะเป็นเช่นนั้น' บราเดอร์อังเดรตอบ 'แต่พระเจ้ากำลังใช้เครื่องมือที่แย่มาก'”
 
อีกกรณีหนึ่ง เมื่อบราเดอร์อังเดรอยู่ในห้องพยาบาล ท่านเห็นนักเรียนคนหนึ่งป่วยอยู่บนเตียง ท่านบอกให้เด็กชายซึ่งได้รับคำสั่งให้นอนพักจากแพทย์ประจำโรงเรียนให้ลุกขึ้น “เธอไม่ได้ป่วยสักหน่อย เจ้ากระดูกที่ขี้เกียจ! ไปเล่นกับคนอื่นซะ” เด็กชายคนนี้ทำตามโดยมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์และมีกำลังใจที่ดี ในไม่ช้าเรื่องราวของเหตุการณ์ก็แพร่กระจายไปทั่ววิทยาลัย ครู แพทย์ นักเรียน และผู้ปกครองต่างประหลาดใจกับอัศจรรย์ที่เกิดจากการสวดภาวนาวอนขออย่างมั่นใจของบราเดอร์อังเดร
 
เราบอกว่าอัศจรรย์เกิดขึ้นจากการอธิษฐานภาวนาของบราเดอร์อังเดร บางที ถ้าท่านอยู่ที่นี่ ท่านอาจจะตำหนิเราที่พูดแบบนี้ ท่านไม่เคยอ้างว่าท่านทำอัศจรรย์แม้แต่ครั้งเดียว ด้วยความถ่อมตน ท่านยกเครดิตทั้งหมดให้นักบุญโยเซฟ ซึ่งบราเดอร์อันเดรมีความวางใจอย่างไม่มีขอบเขต อันที่จริง ความพยายามใดๆที่จะให้เครดิตแก่ท่านด้วยอัศจรรย์นั้นนำมาซึ่งการตำหนิอย่างรุนแรงจากบราเดอร์อังเดรผู้ถือว่าตัวเองเป็นเพียงคนต่ำต้อย วันหนึ่งมีแขกมาบอกบราเดอร์ว่า “คุณเก่งกว่านักบุญโยเซฟ เสียอีก เราสวดอ้อนวอนต่อท่านนักบุญและไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อเรามาหาคุณ เราก็หายจากโรค” บราเดอร์อังเดรโกรธมากที่ชายผู้นี้พูดใส่ร้ายนักบุญโยเซฟผู้ศักดิ์สิทธิ์ บราเดอร์ร้องตะโกนด้วยความโกรธว่า “ออกไปจากที่นี่ นักบุญโยเซฟเป็นผู้รักษาคุณ ไม่ใช่ผม ออกไป! โยนเขาออกไป!” เหตุการณ์นี้กระทบกระเทือนจิตใจอันเปราะบางของบราเดอร์อังเดรมาก จนทำให้ท่านล้มป่วยต้องนอนอยู่บนเตียงนานถึงสามวัน
 
หากอัศจรรย์เป็นข้อพิสูจน์ถึงพระเจ้าเที่ยงแท้และศาสนาที่แท้จริงของพระองค์ ผู้ทำการอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ย่อมมีศัตรู เช่นเดียวกับที่พระเยซูเจ้าเองทรงมีมื่อพระองค์ประทับอยู่ท่ามกลางเรา บราเดอร์อังเดรใช้เวลาไม่นานในการพบกับศัตรูของท่าน
 
ผู้ปกครองหลายคนที่ส่งลูกชายไปโรงเรียนต่างตื่นตระหนกกับกิจกรรมของบราเดอร์ผู้ทำหน้าเป็นคนเฝ้าประตู ผู้ป่วยจำนวนมากมาที่โรงเรียนซึ่งลูกๆของพวกเขาไม่เพียงแต่ไปเรียนเท่านั้น แต่ยังขึ้นรถไฟด้วย ฝูงชนที่น่าสมเพชเหล่านี้ หลายคนเป็นโรคติดต่อ แออัดอยู่ที่สถานีรถไฟตรงข้ามกับวิทยาลัย ในการสืบเสาะไปพบบราเดอร์อังเดร,พวกเขาเข้าและออกจากอาคารที่นักเรียนอาศัยอยู่ ความกังวลเพียงอย่างเดียวของผู้ปกครอง ประกอบกับความรู้สึกไม่ดี (อาจเป็นความอิจฉาริษยา) ของหลายๆคนในวิทยาลัย ทำให้เกิดปัญหากับบราเดอร์คนเฝ้าประตู และที่แย่กว่านั้นคือ แพทย์หลายคนซึ่งเกลียดชังศาสนาได้ใส่ร้ายชายร่างเล็กที่พวกเขามองว่าเป็น “ผู้รักษาจอมปลอม” ได้เพิ่มเติมพิษแห่งความโกรธเคืองที่เพิ่มขึ้น ไม่ช้าบราเดอร์อังเดรก็มีกลุ่มศัตรูที่เป็นปฏิปักษ์ พวกเขาบ่นกับผู้ใหญ่ของคณะ ท่านอธิการ และแม้แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
 
พระสังฆราชแห่งมอนทรีออล — ในเวลานั้นคือ Bishop Bruchesi — ได้ไล่ฝูงชนที่มาบ่นกับท่าน แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าท่านไม่มีความกังวล ท่านกำหนดเวลานัดหมายกับท่านอธิการของบราเดอร์อังเดร ซึ่งหลายคนไม่มั่นใจในที่มาของอัศจรรย์จากสวรรค์ ระหว่างการประชุม ท่านอธิการถามว่าบราเดอร์อังเดรจะยุติกิจกรรมหรือไม่หากได้รับคำสั่งภายใต้การนบนอบเชื่อฟัง คำตอบกลับมาว่า “เขาจะเชื่อฟังอย่างตาบอดทีเดียว” พระสังฆราชพูดดังนี้ว่า “ปล่อยเขาไปเถิด. ถ้างานนี้มาจากพระเจ้า มันจะมีชีวิต ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะพังทลาย”
 
ไม่เพียงแต่พระสังฆราชจะถูกพิชิตด้วยคุณธรรมของคนเฝ้าประตูเท่านั้น แม้แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขซึ่งถูกบังคับให้สอบสวนสิ่งที่เกิดขึ้นที่วิทยาลัย หลังจากกลับจากการพบกับบราเดอร์อังเดร,รู้สึกประทับใจในสามัญสำนึกและความมั่นคงของบราเดอร์ ศัตรูของบราเดอร์อังเดรล้มเหลว และคำกล่าวของพระสังฆราชบรูเคซีได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง งานนั้นมาจากพระเจ้าและมันมีชีวิต.......
 
************************
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น