วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2567

พระธรรมเดิมทำนายถึงพระเยซู

 




มัทธิว 27:48 เล่าถึงเหตุการณ์ที่เนินเขากอลโกธา ทหารนำน้ำองุ่นเปรี้ยวมาให้พระเยซูดื่ม แต่พระองค์ไม่ดื่ม เหตุการณ์ในช่วงเวลานี้ตรงกับคำทำนายในพระธรรมเดิม ที่กล่าวถึงพระเมสสิยาห์และเป็นหลักฐานยืนยันว่าพระเยซูเจ้าคือพระเมสสิยาห์ บทสดุดี 69:21 “เขาใส่ยาพิษในอาหารของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ากระหายน้ำ เขาก็ส่งน้ำองุ่นเปรี้ยวมาให้ดื่ม”
 
บทสดุดี 22:15 กล่าวว่า “คอข้าพเจ้าแห้งผากราวกับดินเผา ลิ้นเกาะติดอยู่กับเพดานปาก พระองค์ทรงวางข้าพเจ้าไว้ในธุลีแห่งความตาย” คำทำนายซึ่งสำเร็จไปนี้พบใน ยอห์น 19:28 ด้วย ”หลังจากนั้น พระเยซูทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จแล้ว จึงตรัสว่า เรากระหาย....ทหารจึงใช้ฟองน้ำชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายกิ่งหุมสบ ยื่นถึงพระโอษฐ์ พระเยซูทรงจิบน้ำองุ่นเปรี้ยว” เหตุการณ์มาถึงจุดสุดยอดเมื่อพระเยซูตรัสว่า “สำเร็จบริบูรณ์แล้ว” ซึ่งแสดงว่าคำทำนายทุกอย่างสำเร็จสมบูรณ์แล้ว และภารกิจการไถ่กู้มนุษยชาติของพระองค์ได้สำเร็จบริบูรณ์แล้ว
 
คำทำนายต่อไปมาจาก บทสดุดี 22 ซึ่งบอกว่า พระเยซูจะถูกแทงที่พระบาทและพระหัตถ์ บทสดุดี 22:16 บอกว่า “สุนัขฝูงหนึ่งรี่เข้ามากลุ้มรุมข้าพเจ้า อันธพาลกลุ่มหนึ่งปรี่เข้ามาประชิด เขาเจาะไชมือและเท้าของข้าพเจ้า” นอกจากนี้ ทหารไม่ได้ใช้ค้อนทุบที่ขาของพระเยซูให้แตกหักซึ่งก็ตรงกับคำทำนายในสดุดีที่ 34:20 “กระดูกของข้าพเจ้าจะไม่หักเลยแม้แต่ชิ้นเดียว”
 
พระธรรมเดิมได้ทำนายถึงความตายของพระเมสสิยาห์ไว้หลายประการ และคำทำนายสำเร็จไปในองค์พระเยซูคริสต์
 
(มัทธิว 27:39) ผู้คนที่ผ่านไปมา ต่างสบประมาทพระเยซู สั่นศีรษะเยาะเย้ย และบรรดาสมณะได้มาดูเหตุการณ์และได้เยาะเย้มพระองค์ว่า (มัทธิว 27:41) “เขาไว้วางใจในพระเจ้า หากพระองค์พอพระทัยเขา ขอให้พระองค์ทรงช่วยเขาบัดนี้เถิด” ในพระธรรมเดิม บทสดุดี 22:7 ก็กล่าวไว้ว่า “ผู้ใดเห็นข้าพเจ้าก็เยาะเย้ย เขายิ้มหยันและสั่นศีรษะพลางพูดว่า “เขาวางใจในพระยาห์เวห์ ก็ให้พระองค์ทรงช่วยซิ ถ้าพระองค์รักเขา ก็ให้พระองค์ทรงปลดปล่อยเขา”
 
เมื่อทหารตรึงพระเยซูเจ้าแล้ว ก็นำฉลองพระองค์มาแบ่งออกเป็นสี่ส่วน นำไปคนละส่วน ส่วนเสื้อยาวของพระองค์ไม่มีตะเข็บ ทอเป็นผืนเดียวตลอดตั้งแต่คอจนถึงชายเสื้อ เขาจึงพูดกันว่า “เราอย่าแบ่งเสื้อตัวนี้เลย เราจับสลากกันเถิด ดูว่าใครจะได้” บทสดุดี 22:18 ในพระธรรมเดิมกล่าวไว้เช่นเดียวกันว่า “เขานำเสื้อผ้าของข้าพเจ้ามาแบ่งปันกัน นำเสื้อยาวของข้าพเจ้ามาจับสลากกัน”
 
พระเยซูเจ้าถูกตรึงกางเขนระหว่างโจรสองคน คนหนึ่งข้างซ้ายของพระองค์ อีกคนหนึ่งทางด้านขวา เหตุการณ์ตรงกับ อิสยาห์ 53:12b “เขาถูกนับว่าเป็นนักโทษคนหนึ่ง”
 
เมื่อโยเซฟ ชาวอะริมาเธีย ได้นำพระศพลงมาจากไม้กางเขน เขาได้นำพระศพไปฝังไว้ในคูหาซึ่งเขาเองเตรียมไว้สำหรับตัวของเขาเอง โยเซฟ ชาวอะริมาเธีย เป็นศิษย์ลับๆของพระเยซูเจ้า เขาเป็นคนร่ำรวย และเรื่องนี้ก็ตรงกับพระธรรมเดิมเช่นกัน อิสยาห์ 53:9 “หลุมศพของเขาอยู่กับคนร่ำรวย”
 
และบทสดุดี 16:10 กล่าวว่า “เพราะพระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าไว้ในแดนมรณะ จะไม่ปล่อยให้ผู้ซื่อสัตย์ของพระองค์ต้องเผชิญเหวลึก” และอิสยาห์ 26:19 กล่าวว่า “บรรดาผู้ตายของพระองค์จะมีชีวิตอีก ร่างกายของเขาทั้งหลายจะกลับคืนชีพ” พระเยซูคริสต์ได้ทรงกลับฟื้นคืนพระชนม์จากความตายอย่างรุ่งเรืองซึ่งเราทำการฉลองทุกปีในวันอาทิตย์ปาสกา(อิสเตอร์)
 
************************
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น