วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

A Pathway Under the Gaze of Mary,


หนังสือประวัติของซิสเตอร์ลูซีอาเล่มใหม่ A Pathway Under the Gaze of Mary, .ให้ความกระจ่างชัดมากขึ้นในสาส์นแห่งฟาติมา  เพื่อนของซิสเตอร์ลูซีอาซึ่งเป็นซิสเตอร์ด้วยกันในคณะ Sisters of Carmel of Coimbra ในโปรตุเกส  เป็นผู้เขียนขึ้นมา  ได้พูดถึงการประจักษ์ของแม่พระในปี 1917  และกล่าวถึงเหตุการณ์ภายหลังการประจักษ์นั้นด้วย  ครั้งแรกลูซีอาได้เข้าในคณะ the Dorothean Order ก่อน  แล้วจึงย้ายมาอยู่ในคณะคาร์เมลไลท์ และอยู่ที่นี่จนถึงวาระสุดท้ายของเธอ  ในหนังสือยังประกอบด้วยข้อเขียนและจดหมายของลูซีอา  รวมทั้งเอกสารและการตอบจดหมายของเธอด้วย  หนังสือยังเล่าถึงความยากลำบากของลูซีอาในการปฏิบัติภารกิจที่เธอได้รับมอบหมายจากแม่พระ  เพราะเธอเป็นเพียงผู้เห็นแม่พระเพียงผู้เดียวที่ยังมีชีวิตอยู่
ผู้ใหญ่ในคณะมีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป  เธอจึงได้รับการปฏิบัติไม่สู้ดีนัก  ผู้แนะนำฝ่ายจิตวิญญาณแต่ละท่านก็คิดเห็นไม่ตรงกัน  พระสังฆราชได้ออกคำสั่งที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกับคำสั่งของสวรรค์  และอื่นๆอีก
ในตอนแรก  ลูซีอาได้รับอนุญาตให้เข้าในคณะ Dorotheans incognito  ผู้ใหญ่ในคณะห้ามไม่ให้มีการพูดเกี่ยวกับการประจักษ์และห้ามการเยี่ยมเยียนเธอ  แต่เมื่อเวลาผ่านไปและเธอเป็นผู้เห็นแม่พระเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่  ผู้ใหญ่ในคณะจึงอนุญาติให้ประชาชนมาเยี่ยมและซักถามเธอหรือขอคำแนะนำจากเธอ หรือถ่ายรูปได้  สิ่งเหล่านี้ทำความลำบากใจให้แก่ลูซีอามาก  เพราะเธอปรารถนาจะอยู่อย่างเงียบๆเหมือนซิสเตอร์อื่นๆมากกว่า  เธอต้องใช้เวลานานหลายปีในการขอย้ายไปอยู่ในอารามคาร์เมไลท์  เธอได้รับการคัดค้านจากเพื่อนร่วมคณะซึ่งไม่ต้องการสูญเสียเธอไป  เวลานั้นเธอมีสุขภาพไม่สู้ดี
ลูซีอาสวดภาวนามากขึ้นเพื่อตัดสินใจในกระแสเรียกของเธอ  และเกี่ยวกับภารกิจในการเผยแพร่สาส์นแห่งฟาติมา  และหลังจากปี 1917 เธอก็ได้รับนิมิตพิเศษเป็นบางครั้งนั่นคือ
    • วันที่ 10 ธันวาคม 1925 แมพระทรงประจักษ์มาหาเธอและขอให้มีความศรัทธาสำหรับการทำเสาร์ต้นเดือนห้าครั้ง  พร้อมทั้งสารภาพบาปและรับศีลมหาสนิท  เพื่อชดเชยบาปในการลบหลู่ไม่เคารพต่อดวงหทัยนิรมลของแม่พระ
    • วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 1926  พระเยซูกุมารทรงประจักษ์มา  รบเร้าให้ลูซีอาพยายามเผยแพร่ความศรัทธาในการทำเสาร์ต้อนเดือนห้าครั้งนี้  ถึงแม้ผู้ใหญ่ในคณะจะลังเลใจที่จะทำตามคำขอของเธอ (ลูซีอาได้เล่าเรื่องนี้ในหนังสือบันทึกความทรงจำว่า  พระเยซูทรงประจักษ์มาอีกครั้งและทรงบ่นว่า  หลายๆคนที่เริ่มทำเสาร์ต้นเดือนเพียงวันแรก  ต่อมาก็ล้มเลิกความตั้งใจไม่ได้ทำต่อ)
    • วันที่ 13 กรกฏาคม 1929  แม่พระทรงประจักษ์มา  ทรงขอเป็นพิเศษสำหรับการถวายประเทศรัสเซียแด่ดวงหทัยนิรมาลของแม่พระ
    • เดือนพฤษภาคม 1930  พระเยซูเจ้าทรงอธิบายแก่ลูซีอาถึงลักษณะห้าอย่างของการเป็นปฏิปักษ์และการกระทำลบหลู่ต่อดวงหทัยนิรมลของแม่พระ  และสิ่งที่จะได้รับในการทำเสาร์ต้นเดือนห้าครั้ง


ซิสเตอร์ลูซีอาและพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ในปี 1982
    • * ในปี 1936 พระเยซูเจ้าทรงอธิบายแก่ลูซีอา  ถึงความจำเป็นที่จะต้องประกอบพิธีถวายประเทศรัสเซียอย่างเป็นทางการโดยพระสันตปาปาและพระศาสนจักรทั้งมวล  และสิ่งนี้จะต้องกระทำโดยด่วนก่อนที่จะสายเกินไป
    • *  วันที่ 13 พฤษภาคม 1942  พระเยซูเจ้าทรงอธิบายอย่างชัดเจนถึง  ธรรมชาติของการถวายตัวเองแด่พระเป็นเจ้า  (nature of the sacrifice) ซึ่งเวลานี้พระองค์ประสงค์ให้ทำเพื่อชดเชยบาป
    • ในปี 1943  ลูซีอาเจ็บป่วยอย่างหนักจนใกล้ตาย  พระสังฆราชแห่งไลเรีย ได้มาเยี่ยมและสั่งให้เธอเขียนความลับข้อที่สาม  แต่ลูซีอาคัดค้านว่าเธอไม่ได้รับคำสั่งจากสวรรค์ให้ทำเช่นนั้น  พระสังฆราชบอกว่าเป็นความรับผิดชอบของท่านและเตือนให้เธอมีความนบนอบเชื่อฟัง  นี่เป็นสาเหตุให้ลูซีอาเป็นทุกข์ใจอย่างมาก  เธอใช้ความพยายามหลายครั้งและเป็นเวลานานที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง  แต่มือของเธอกลับแข็งทื่อ
    • ในที่สุดในวันที่ 3 มกราคม 1944  แม่พระทรงประจักษ์มาและตรัสว่า “อย่ากลัวไปเลย  พระเป็นเจ้าทรงประสงค์จะทดสอบความนบนอบเชื่อฟัง, ความเชื่อและความถ่อมตนของลูก  จงมีใจสงบเถิดและเขียนสิ่งที่พวกเขาสั่งลูก  แต่อย่าได้เขียนความคิดเห็นในความหมายของภาพนิมิตนั้น”  ลูซีอาได้อธิบายในภายหลังว่า  เธอสามารถเขียนรายละเอียดของภาพนิมิตได้  แต่ไม่สามารถเขียนคำอธิบายของแม่พระในความหมายของภาพนิมิตนั้น

ลูซีอาได้เขียนความคิดเห็นเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับอนาคตของโปรตุเกส “ประเทศโปรตุเกส  จะรักษาความเชื่อเอาไว้ได้”  และ  “ถ้าโปรตุเกสไม่ยอมรับการทำแท้ง  มันก็จะปลอดภัย    แต่ถ้ายอมรับ  มันก็จะได้รับความทุกข์ยากเป็นอย่างมาก”

เกี่ยวกับการถวายประเทศรัสเซีย  ลูซีอาต้องประสบความยากลำบากมาก  ในเดือนตุลาคม 1942  เธอบอกพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ว่า  ยังไม่ได้มีการถวายนี้ “เพราะไม่มีความเป็นหนึ่งเดียวกับพระสังฆราชทั่วโลก”   ต่อมาในสมัยพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ผู้ทรงประกอบพิธีถวายประเทศรัสเซียในวันที่ 13 พฤษภาคม 1967  เธอเล่าว่า “มีคนมาถามดิฉันว่า  พิธีนั่นได้ทำตามคำขอของแม่พระเสร็จสมบูรณ์หรือไม่?  ดิฉันตอบว่า “ไม่”  ด้วยเหตุผลเดียวกัน”  ในจดหมายของลูซีอา  เธอเขียนว่า “เมื่อพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ทรงประกอบพิธีในวันที่ 13 พฤษภาคม 1982  พวกเขาได้ถามดิฉันว่าพิธีนี้สมบูรณ์ตามคำขอของแม่พระหรือไม่?  ดิฉันตอบว่า ไม่  เพราะไม่เป็นหนึ่งเดียวกับพระสังฆราชทั้งครบ”  ในที่สุด “พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ได้ทรงเขียนจดหมายถึงพระสังฆราชทั่วโลกให้ประกอบพิธีถวายประเทศรัสเซีย  ตามคำขอของแม่พระ  และในวันที่ 25 มีนาคม 1984  พระองค์ได้ประกอบพิธีถวายประเทศรัสเซียในที่สาธารณะและเป็นหนึ่งเดียวกับพระสังฆราชทั่วโลกที่ปรารถนาจะร่วมเป็นหนึ่งเดียวด้วย  พวกเขาถามดิฉันอีกครั้งว่า พิธีนี้สมบูรณ์หรือไม่  และดิฉันตอบว่า  ใช่  เพราะพิธีนั้นได้กระทำแล้ว

            โดยสรุป  จากหนังสืออัตชีวประวัติเล่มนี้ได้พูดถึง ซิสเตอร์ลูซีอาว่า  เธอเป็นคนถ่อมตน  เธอคือเด็กหญิงเลี้ยงแกะที่พระราชินีแห่งสวรรค์ทรงวางใจมอบภารกิจเพื่อโลกและความลับให้เธอ  เธอพยายามอย่างที่สุดที่จะสัตย์ซื่อต่อกระแสเรียกของเธอในฐานะเป็นนักบวชและไม่ต้องการหลีกหนีจากโลกภายนอก

            สาส์นแห่งฟาติมาในปี 1917 ยังคงมีความสำคัญที่สุดและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับในการทำให้บรรลุผลลัพท์ “พระเยซูเจ้า...ทรงประสงค์ให้โลกมีความศรัทธาต่อดวงหทัยนิรมลของแม่   ผู้ที่ยอมรับความศรัทธานี้  แม่สัญญาว่าพวกเขาจะได้รับความรอดของวิญญาณพวกเขา  และพวกเขาจะเป็นที่รักของพระเป็นเจ้า  ดุจดังบุปผาชาติที่แม่ได้วางประดับไว้บูชาพระองค์ ณ.ที่พระบัลลังก์”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น