วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ฉลองวันเกิดของแม่พระ


ในเดือนสิงหาคมมีวันเกิดของพระราชินีสามองค์  คือ  พระราชินีอลิซาเบ็ทที่ 2 ของอังกฤษ   พระราชินีสิริกิตของประเทศไทย  และพระราชินีสำคัญอีกองค์หนึ่งคือ พระราชินีแห่งสวรรค์  วันที่ 5 สิงหาคม  เป็นวันฉลองวันเกิดของแม่พระ

ตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ศาสนจักรในเยรูซาเล็มเป็นผู้เริ่มต้นทำการฉลองวันเกิดของแม่พระ  และตามมาด้วยการฉลองแม่พระถวายองค์ในพระวิหาร  และอาจจะฉลองการรับเกียรติขึ้นสวรรค์ด้วย  ต่อมาในศตวรรษที่ 7 ไม่เพียงแต่มีการฉลองวันเหล่านี้ในเยรูซาเล็มเท่านั้น  แต่พระศาสนจักรในกรุงโรมก็ร่วมทำการฉลองด้วย  ในพระศาสนจักรคาทอลิกมีวันฉลองสำคัญ 3 วันคือ 1. )การฉลองวันเกิดของแม่พระกระทำในวันที่ 8 กันยายน  2.) การฉลองการถวายพระเยซูกุมารในพระวิหาร วันที่ 2 กุมภาพันธ์  และ 3 ) การฉลองแม่พระเสด็จเยี่ยมนักบุญอาลิซาเบ็ธ วันที่ 31 พฤษภาคม

วันที่ 8 กันยายน ถือเป็นการฉลองวันเกิดอย่างเป็นทางการของแม่พระในพระศาสนจักรคาทอลิก  แต่สำหรับผู้ติดตามสาส์นของแม่พระแห่งเมดจูกอเรจ์จะทราบว่า  ยังมีวันสำคัญในการฉลองวันเกิดของแม่พระอีกวันหนึ่ง  นั่นคือ วันที่ 5 สิงหาคม  ซึ่งถือเป็นวันฉลองวันเกิดแม่พระแบบส่วนตัว  เรื่องนี้เป็นสิ่งที่แม่พระเปิดเผยแก่เด็กผู้เห็นแม่พระตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของการประจักษ์ที่เมดจูกอเรจ์
- คุณพ่อ เรเน  เลาเรนติน Fr René Laurentin เคยพูดถึงวันนี้ในหนังสือของท่านชื่อ Is the Virgin Mary Appearing at Medjugorje?  ท่านเขียนว่า
 
ปลายเดือนพฤษภาคม 1984  เจเลนาและมีรยานา  ได้รับสาส์นจากแม่พระให้จัดพิธีฉลองขึ้นในวันที่ 5 สิงหาคม  เพื่อฉลองวันเกิดครบรอบ 2000 ปีของพระนาง  การฉลองจัดขึ้นด้วยการทำพลีกรรมอดอาหาร 2 วันและวันที่ 3 จึงทำพิธีฉลอง...เมื่ออดอาหาร 3 วันแล้ว (พวกเขาเพิ่มเติมอีกหนึ่งวัน)  พวกเขาก็เข้าไปสวดภาวนาในโบสถ์และบนยอดเขาแห่งการประจักษ์  มีผู้คนจำนวนมากได้กลับใจและสารภาพบาป  พระสงฆ์ท่านหนึ่งพูดกับผมว่า “ผมจะจดจำวันนี้ไปตลอดชีวิตแห่งการฟังสารภาพบาปเป็นเวลา 20 ปีของผม”  แม่พระตรัสกับเด็กผู้เห็นแม่พระคนหนึ่งว่า  ใครก็ตามที่ไปสารภาพบาปในวันนี้จะมีความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง...

- มีรยานาเคยพูดเกี่ยวกับวันเกิด (แบบส่วนตัว) ของแม่พระในการให้สัมภาษณ์กับ Jan Connell ที่เป็นนักเขียน  และเธอได้เขียนหนังสือ , Visions of the Children

ในสองสามวันของการประจักษ์ครั้งแรก  แม่พระทรงปลอบโยนเด็กทั้ง 6 คนให้หายจากความกลัวและความวิตกกังวลในความทุกข์ยากของชีวิตของแต่ละคน  พระนางตรัสกับเด็กว่า “พวกลูกรู้ไหมว่าวันเกิดที่แท้จริงของแม่คือวันที่ 5 สิงหาคม?”  เด็กๆตอบว่าไม่ทราบ  พวกเขาไม่รู้เรื่องนี้เลย  แม่พระตรัสต่อไปว่า “พวกลูกอยากจะให้ของขวัญแก่แม่บ้างไหม?”  จาคอบพูดอย่างเศร้าๆว่า “คุณแม่ที่รักครับ  ผมไม่มีเงินเลย”  แม่พระทรงยิ้มอย่างเอ็นดูและตรัสว่า “โอ จาคอบ  ลูกน้อยๆของแม่  ลูกไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรอกเพื่อหาของขวัญให้แม่  ในคืนนี้เมื่อลูกกลับบ้าน  สิ่งใดก็ตามที่ลูกรู้สึกในจิตใจ  สิ่งใดที่เร่งเร้าจิตใจของลูก  ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดในจิตใจหรือไม่  จงวิ่งออกไปนอกบ้านและมองขึ้นไปยังสวรรค์และร้องออกมาว่า “ทุกสิ่งนี้เพื่อความรักต่อพระองค์  พระเยซูเจ้า สุดที่รักของผม”

มีรยานาเล่าต่อไปว่า  ตอนเย็นวันต่อมาในการประจักษ์  แม่พระทรงขอบใจจาคอบสำหรับของขวัญที่เขามอบแด่พระนางเมื่อเย็นวันที่แล้ว  และแล้ว เมื่อถึงวันเกิดของแม่พระ  มีรยานาเล่าว่า จาคอบ “กระวนกระวายใจ”  เขามีของขวัญที่จะมอบแด่แม่พระมากทีเดียว ขณะที่สวดสายประคำก่อนการประจักษ์อยู่   จาคอบควบคุมความรู้สึกร้อนใจไม่ค่อยได้   เมื่อแม่พระประจักษ์มา  จาคอบก็รีบขยับเข้าไปใกล้พระนางและยึดพระนางไว้และร้องออกมาว่า “สุขสันต์วันเกิดครับ  คุณแม่สุดที่รัก”  เขาทำไปโดยไม่รู้ตัว  แต่เมื่อรู้สึกตัวแล้วเขาก็ล้มลงกับพื้นรู้สึกอายและกลัว  มีรยานาเล่าว่า  แม่พระทรงก้มลงพยุงจาคอบอย่างอ่อนโยน  พระนางกุมมือน้อยๆของจาคอบไว้และจูบมือของเขา

- มารีจา ผู้เห็นแม่พระได้พูดถึงวันเกิดของแม่พระ  แต่ไม่ได้ระบุวันที่  เมื่อเธอไปที่แมนเชสเตอร์ในปี 2004 มารีจาอธิบายว่า

“ครั้งหนึ่งแม่พระตรัสว่า พวกเราสามารถฉลองวันเกิดให้พระนางได้  ในกลุ่มภาวนาของพวกเรา  เราได้สั่งขนมเค้กใหญ่มาและนำไปที่ยอดเขา Krizevac (ภูเขาแห่งกางเขน) ด้วย  ในเวลา 23.30 น. (ตอนกลางคืน)  ซึ่งแม่พระบอกว่าจะปรากฏมา   พวกคุณลองนึกดูเถอะ  พวกเรานำขนมเค้กใหญ่ปีนขึ้นเนินเขาซึ่งต้องเดินเป็นเวลา 55 นาที  แต่พวกเราก็รู้สึกยินดีมาก  และในเวลาที่แม่พระประจักษ์มา  พวกเราก็ร้องเพลง ‘Happy Birthday’ ให้แก่แม่พระ  พวกเราประดับเค็กนี้ด้วยดอกกุหลาบที่ทำด้วยน้ำตาลหลายดอก  เรามีความคิดที่จะนำดอกกุหลาบนี้ไปถวายแม่พระด้วย  และแม่พระก็ทรงรับดอกกุหลาบนั้นมาถือไว้  เราทูลพระนางว่า  คงเป็นไปไม่ได้ที่พระนางจะนำดอกกุหลาบนี้ไปสวรรค์ด้วย  ในวันต่อมา  ตอนรุ่งเช้า  พวกเราปีนขึ้นไปที่เนินเขาเพื่อดูว่าดอกกุหลาบจะอยู่ที่ไหน  แต่ดอกกุหลาบไม่ได้อยู่ที่นั่น  ทำให้พวกเราปิติยินดีกันมาก  เราได้กินขนมเค็กด้วย เมื่อสิ้นสุดการประจักษ์แล้ว  และสิ้นสุดการสวดภาวนา  มันเป็นเค้กชิ้นใหญ่มากทีเดียว  และฉันต้องบอกว่ามันเป็นเค้กที่อร่อยมาก  เพราะเวลานั้นพวกเรารู้สึกเหนื่อยและหิวมาก  พวกเรารู้สึกดีใจและยินดีมาก”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น