วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558

คริสต์มาสทรูซ-เป็นบุญของผู้สร้างสันติ


                       Pope benedict 15/ unofficial truce

นี่เป็นเรื่องราวแห่งความหวังของมนุษย์ยุคใหม่  เป็นแสงสลัวในท่ามกลางความมืดของศตวรรษที่ 20  บางทีเราอาจไม่ถึงจุดจบของการทำลายล้าง

ผมกำลังพูดถึงการพักรบวันคริสต์มาส Christmas Truce ในปี 1914 ซึ่งเกิดในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1  ทหารเยอรมนี  อังกฤษและตลอดทั่วทั้งยุโรปเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในวันก่อนวันคริสต์มาสและวันคริสต์มาส  และให้มีพื้นที่ปลอดทหาร no-man’s landของทั้งสองฝ่าย  ทหารทุกคนจะได้ฉลอง, ร้องเพลงคริสต์มาสแคร์รอล และเล่นกีฬาร่วมกัน

แต่คุณทราบหรือไม่เกี่ยวกับบทบาทของพระสันตะปาปาในเรื่องดังกล่าวนี้?

               -ทหารอังกฤษและเยอรมนีในระหว่างพักรบ(ทรูซ)

            สงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มต้นในปี 1914 ในสมัยของพระสันตะปาปาปีโอที่ 10 ขณะนั้นพระองค์ทรงประชวรและใกล้สิ้นพระชนม์  จึงไม่สามารถกระทำสิ่งใดในเรื่องนี้ได้  พระองค์สิ้นพระชนม์ในเดือนสิงหาคม  และในเดือนกันยายน พระสันตปาปาองค์ใหม่ก็ได้รับการแต่งตั้งขึ้นคือ พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 15  เพราะฉะนั้นพระภารกิจหลักของพระสันตปาปาองค์ใหม่อย่างแรกก็คือความพยายามที่จะนำสันติภาพกลับคืนมาสู่ยุโรป พระองค์ทรงเรียกสงครามว่าเป็น “การฆ่าตัวตายของยุโรป” “the suicide of civilized Europe.”

            ในต้อนต้นเดือนธันวาคม  พระสันตะปาปาทรงเสนอให้คู่สงครามตกลงกันให้มีการหยุดยิงกันอย่างน้อยก็ในวันคริสต์มาสของปีนั้น  เพื่อที่ทหารทั้งสองฝ่ายจะได้หยุดงานในวันศักดิ์สิทธิ์และบางทีจะทำให้พวกเขามีเวลาคิดทบทวนว่า พวกเขาจะต้องต่อสู้กันไปทำไม  และอาจเป็นความหวังที่ทำให้คู่สงครามทั้งสองฝ่ายยุติการสู้รบอย่างถาวรในที่สุด

            พระสันตะปาปาทรงวิงวอนว่า “เพื่อที่ปืนจะได้สงบเสียง  อย่างน้อยก็ในวันที่เหล่าทูตสวรรค์กำลังขับร้องประสานเสียง” 

แต่โชคร้าย  ข้อเสนอของพระองค์ได้รับการปฏิเสธอย่างเป็นทางการจากผู้นำของทั้งสองฝ่าย  แต่มันไม่ได้โชคร้ายเสียทีเดียว  เมื่อข้อเสนอของพระองค์มิได้รับการตอบสนองอย่างเป็นทางการ  การตอบสนองอย่างไม่เป็นทางการก็เกิดขึ้นแทนและเกิดขึ้นไปทั่วทั้งทวีป  อะไรเป็นสาเหตุของการพักรบชั่วคราว(truce) นี้?  เราไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดนัก  เพราะไม่ปรากฏว่ามีการประสานร่วมมือกันแต่อย่างใด  มันเกิดขึ้นจากทหารผู้น้อยบางคนซึ่งไม่มีใครรู้จัก อย่างไรก็ดี  พระประสงค์ของพระสันตะปาปาย่อมมีผลอย่างใดอย่างหนึ่งบ้างไม่ว่าต่อมนุษย์หรือต่อพระเป็นเจ้าด้วย

            ให้เราระลึกถึงพระวาจาของพระคริสต์ว่า “เป็นบุญของผู้สร้างสันติ”  ผู้ที่ได้สวดภาวนาอย่างต่อเนื่องและทำงานเพื่อสันติภาพในโลกของเราทุกวันนี้  เราอาจไม่รู้ว่าการกระทำของเรานั้นบางทีจะมีผลต่อโลกของเราบ้างไม่มากก็น้อย  พระเป็นเจ้าจะทรงสดับฟังเสียงวิงวอนของเรา  พระองค์ทอดพระเนตรเห็นการกระทำเพื่อสร้างสันติของเรา  และพระองค์จะทรงประทานให้ในสิ่งที่เราวอนขอเพื่อสันติภาพของโลก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น