วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

แม่พระแห่งซานฮวน ลอสลากอส

Excerpted introduction to Miraculous Images of Our Lady
By Joan Carroll Cruz
อัศจรรย์แม่พระแห่งซานฮวน ลอสลากอส

 
พระศาสนจักรคาทอลิกไม่นับถือรูปเคารพหรือสิ่งอื่นที่ใช้เป็นสิ่งแทนพระเจ้า แทนแม่พระหรือนักบุญ เราไม่สวดภาวนาต่อรูปเคารพ ตามคำสอนที่กล่าวว่า “เราไม่ได้สวดภาวนาต่อไม้กางเขนหรือรูปเคารพของพระคริสต์และบรรดานักบุญ แต่เราสวดภาวนาต่อบุคคลผู้ซึ่งรูปเคารพเหล่านั้นเตือนใจเราให้ระลึกถึง” เพราะรูปเคารพเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ช่วยให้ระลึกถึงผู้ศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง
 
สังคายนาแห่งเทรนต์ในปี 1563 ได้อธิบายในเรื่องนี้ไว้ว่า
 
“ยิ่งไปกว่านั้น ต้องให้ความรู้แก่คริสตชนว่ารูปภาพของพระคริสต์ ของพระมารดาของพระเจ้า และของบรรดานักบุญต้องถูกจัดวางไว้ภายในโบสถ์ เพื่อเป็นการให้เกียรติและเป็นการให้ความเคารพต่อบุคคลท่านนั้น.....เพราะการเคารพต่อรูปเหล่านั้นก็เป็นการเคารพต่อบุคคลที่รูปเหล่านั้นแสดงถึง ดังนั้นในการจูบที่พระรูปก็ดี และการทำความเคารพต่อหน้าพระรูปก็ดี เป็นการที่เราเคารพบูชาต่อพระคริสต์และให้เกียรติแก่นักบุญที่รูปภาพนั้นเป็นตัวแทน”
 
ในสมัยแรกของพระศาสนจักร รูปภาพจะถูกวาดบนผนังกำแพงของถ้ำคาตาคอมบ์ เพื่อแสดงถึงความเชื่อและให้ความเคารพ เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เห็นภาพของพระเจ้า , กิจการของพระองค์และของพระมารดาของพระองค์ได้ง่ายขึ้น นักบุญยอห์น แห่งไม้กางเขนได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในหนังสือเล่มที่สาม The Ascent of Mount Carmel บทที่35 ว่า “พระศาสนจักรได้สร้างพระรูปและรูปภาพด้วยเหตุผลหลักสองประการคือ เพื่อให้เกียรติแก่บรรดานักบุญโดยผ่านทางสิ่งเหล่านั้น และเพื่อเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดความศรัทธาต่อบรรดานักบุญโดยอาศัยสิ่งเหล่านั้น” และนักบุญบางท่านก็ได้อธิบายไว้เช่นกันว่า “รูปภาพถูกนำมาใช้เป็นสิ่งกระตุ้นเตือนเพราะเป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ เราจะได้บังเกิดความรู้สึกถึงความรักและความยินดีที่จะได้รับจากการมองเห็นสิ่งที่เป็นตัวแทนของผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย”
 
พระรูปและรูปภาพของผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่พบในโบสถ์ทั่วโลกซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดคงไม่พ้น พระรูปและรูปภาพของราชินีของนักบุญทั้งหลาย - พระนางพรหมจารีย์มารีย์ พระมารดาของพระเจ้านั่นเอง
 
รูปภาพของพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์นี้มีหลากหลายรูปแบบ และบางรูปภาพก็มีอัศจรรย์เกิดขึ้น แต่พระรูปหรือรูปภาพนั้นไม่ได้ทำให้เกิดอัศจรรย์ด้วยอำนาจของตัวเองหรอก แต่เป็นแม่พระเองที่ทรงกระทำอัศจรรย์ช่วยเหลือผู้ที่มาแสดงความรักเคารพต่อพระนางและวิงวอนขอความช่วยเหลือ 
 
สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ แม่พระเองก็มิได้ทรงทำอัศจรรย์ด้วยอำนาจของพระนางเองเช่นเดียวกัน แต่เป็นพระเจ้า พระบิดาสวรรค์ของเราที่ทรงกระทำอัศจรรย์ตามน้ำพระทัยของพระองค์และตามคำวอนขอของแม่พระ ด้วยเหตุนี้แม่พระจึงทรงได้ชื่อว่า “คนกลางแห่งพระหรรษทาน” ผู้ทรงวอนขอพระเจ้าเพื่อเราเบื้องหน้าพระบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
 
**************
 
แม่พระแห่งซานฮวนเดอลอสลากอส(แม่พระแห่งนักบุญยอห์นแห่งทะเลสาป)
Our Lady of San Juan de los Lagos (Our Lady of St. John of the Lakes)
Don Valdemaro Boggiano Pico เมืองจาลิสโค , เม็กซิโก - 1623
 
รูปภาพของพระนางมารีย์ในเม็กซิโกซึ่งเป็นที่นิยมมากมีสองรูป รูปแรกเป็นรูปที่นิยมมากที่สุดอันดับหนึ่ง คือรูปแม่พระแห่งกัวดาลูเป และรูปที่เป็นที่นิยมอันดับที่สองรองลงมาคือ พระรูปแม่พระแห่งนักบุญยอห์นแห่งทะเลสาป ในตอนต้นของศตวรรษที่ 17 มีมิชชันนารีคณะฟรังซิสกันชื่อ เฟร มิเกล เดอ โบโลเนีย Fray Miguel de Bolonia ท่านได้นำพระรูปมาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันในภายหลังชื่อ หมู่บ้านซานฮวนบาติสตาเมสควิติทแลน San Juan Bautista Mezquititlan อันเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่านอคชิสเตลคา Nochiztleca tribe เป็นพระรูปแม่พระปฏิสนธินิรมล ต่อมาพระรูปนี้เป็นที่เคารพนับถือเป็นอย่างมากของชาวอินเดียน ในปี 1623 ก็มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากพระรูปนี้
 
มีนักแสดงกายกรรมครอบครัวหนึ่งเดินทางไปตามถนน Camino Real (ซึ่งมีความหมายว่า “ถนนของกษัตริย์”) เขาเดินทางมาจากซานหลุยส์โปโตสซีแห่งกัวดาลาจารา และแสดงกายกรรมไปตามหมู่บ้านที่ผ่าน โดยมีภรรยาและลูกสาวสองคนร่วมแสดงด้วย ในการแสดงมีการโหนเชือกและไกวตัวจากจุดหนึ่งไปอีกจุกหนึ่ง ซึ่งเป็นการแสดงตามแบบฉบับทั่วไปในทุกวันนี้ แต่เพื่อให้เกิดความตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น เขาได้เพิ่มเติมการแสดงด้วยการบินไปเหนือดาบและมีดที่ปักอยู่บนพื้นดินและส่วนแหลมคมชี้ขึ้นเบื้องบน
 
ในขณะที่กำลังแสดงกายกรรมที่หมู่บ้านแห่งนี้ ลูกสาวคนสุดท้องซึ่งมีอายุราว 6-7 ปี เกิดพลาดและร่วงหล่นลงไปบนมีดทำให้ได้รับบาดแผลสาหัสและเสียชีวิต หลังจากได้พันร่างกายด้วยผ้าแล้ว บิดามารดาได้อุ้มร่างของลูกสาวไปที่โบสถ์น้อยแม่พระแห่งซานฮวนเพื่อฝังศพ
 
ที่ประตูโบสถ์ พวกเขาได้พบกับหญิงชราอายุ 78 ปีชื่ออันนา ลูเซีย ซึ่งเป็นภรรยาของ เปโดร แอนเตส ผู้ดุแลรักษาพระรูปแม่พระนี้ เธอรู้สึกสงสารครอบครัวที่กำลังทุกข์โศกนี้มาก จึงปลอบใจพวกเขาโดยบอกให้พวกเขาไว้วางใจในพระรูปแม่พระ La Virgencita (Little Madonna) เธอได้นำพระรูปแม่พระที่อยู่บนพระแท่นในห้องซาคริสตี (วางไว้ที่ห้องนั้นเพราะพระรูปมีสภาพที่ไม่ค่อยดีนัก) อันนาวางพระรูปไว้บนร่างที่หมดลมหายใจแล้วของเด็กน้อย ไม่นานนักพวกเขาสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่างภายใต้ผ้าคลุมศพ บิดาของเด็กรีบเปิดผ้าคลุมออกและพบว่าลูกสาวของตนฟื้นขึ้นมาและไม่มีร่องรอยของบาดแผลเลย นี่เป็นอัศจรรย์แรกของแม่พระแห่งซานฮวนเดอลอสลากอส และเรื่องราวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านและทั่วเมือง มีอัศจรรย์อื่นๆอีกมากมายติดตามมา ทุกวันนี้พระรูปแม่พระเป็นที่เคารพนับถือของชาวเม็กซิโกและชาวอเมริกันมีการแสวงบุญมาที่นี่เป็นประจำทุกปี 
 
            ในเวลาที่เกิดอัศจรรย์ครั้งแรกนั้น พระรูปอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะเกี่ยวกับองค์ประกอบของพระรูปเองที่ทำด้วยปูน pasta de Michoacan ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างซางข้าวโพดกับกาว มันจึงเปราะหักได้ง่าย ด้วยเหตุนี้บิดาของเด็กสาวที่ฟื้นจากความตายจึงได้ขออนุญาตให้นำพระรูปไปซ่อมแซมที่กัวดาลาจารา พระสงฆ์เจ้าอาวาส Don Diego Camarena ได้อนุญาติและส่งชาวอินเดียนในหมู่บ้านสองคนร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อที่พวกเขาจะได้นำพระรูปกลับมา!      
 
ในทันทีที่พวกเขาเดินทางมาถึงกัวดาลาจารา ชายผู้หนึ่งก็เข้ามาทักทายและถามพวกเขาว่า พวกเขาต้องการผู้ที่จะซ่อมแซมพระรูปใช่ไหม และเพราะเขาเป็นศิลปิน เขาจึงได้เสนอตัวทำงานนี้ ภายในไม่กี่วัน การซ่อมแซมพระรุปก็เสร็จและสวยงาม ใบหน้าและมือของพระรูปมีความสวยงามเป็นพิเศษ ชายแปลกหน้าได้นำพระรูปมาคืน หลังจากคืนพระรูปให้แล้ว ชายที่ซ่อมแซมพระรูปก็หายตัวไป ไม่มีใครรู้จักชายคนนั้นเลยและไม่รู้ว่าเขาอาศัยอยู่ที่ไหน เรื่องนี้เป็นเรื่องลึกลับอีกเรื่องหนึ่ง
 
ความศรัทธาต่อพระรูปนี้แผ่ขยายไปมากขึ้น จึงทำให้มีความจำเป็นต้องขยายโบสถ์ให้ใหญ่ขึ้นด้วย ในปี 1631 จึงมีการสร้างโบสถ์ใหม่ และวันที่ 14 ก.ค. 1678 พระสังฆราช Don Juan Santiago de Garabito, ได้สั่งให้มีการรวบรวมเรื่องอัศจรรย์ของแม่พระที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสิบปี นักวิจัยชื่อ Nicolas de Arevalo ได้ทำการวิจัยในเรื่องราวนี้ได้ให้รายละเอียดในความจริงเกี่ยวกับประวัติของพระรูปและโบสถ์ตั้งแต่ในสมัยแรก
 
ต่อมาในปี 1732 โบสถ์ก็ไม่สามารถรับรองผู้แสวงบุญจำนวนมากที่มาจากทุกส่วนของเม็กซิโกเพื่อร่วมฉลองแม่พระได้ จึงได้เริ่มจัดสร้างโบสถ์ใหม่ขึ้นในปีเดียวกันนี้
 
 
มีการสวมมงกุฎให้พระรูปในวันที่ 15 ส.ค. 1304 โดยพระอัครสังฆราชแห่งกัวดาลาจารา พระสันตะปาปาปีโอที่10 ทรงสั่งให้สวมมงกุฎเพราะทรงมีศรัทธาต่อแม่พระแห่งซานฮวนเดอลอสลากอสนี้มาก. มงกุฎทำด้วยทองคำหนักหกปอนด์ ตกแต่งด้วยอัญมณี 197 เม็ด มีทั้งเพชร มรกต และไพลิน
 
ถึงแม้ว่าพระรูปจะทำด้วยซางข้าวโพดและกาวซึ่งมีแนวโน้มที่จะเสื่อมสลายไปในเวลาอันสั้น แต่พระรูปนี้ก็ยังคงอยู่ในสภาพดีเยี่ยมเป็นเวลานานมากกว่า 350 ปีแล้ว พระรูปมีสัดส่วนที่ดีมีสีหม่นเล็กน้อย มือทั้งสองประสานกันในท่าสวดภาวนา พระรูปสวมอาภรณ์และยืนอยู่บนพระจันทร์เสี้ยว เหนือพระรูปเป็นเทวดาสององค์ทำด้วยเงินถือริบบิ้นเงินที่มีอักษรเขียนว่า Mater Immaculata, ora pro nobis. พระมารดาผู้ทรงปฏิสนธินิรมล ช่วยวิงวอนเทอญ
 
ผู้แสวงบุญมายังโบสถ์แห่งนี้จะแสดงความศรัทธาของพวกเขาด้วยการคุกเข่าเดินจากประตูโบสถ์มาถึงพระแท่นที่ประดิษฐานพระรูป
 
*********************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น