วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

การประจักษ์ครั้งแรกของแม่พระหลังจากการเข้าสู่สวรรค์แล้ว

 

              ฝรั่งเศสมีความรักต่อแม่พระมานานหลายศตวรรษก่อนการประจักษ์ที่ลูรดส์และลาซาแล็ต
 
การประจักษ์ของแม่พระครั้งแรกที่มีบันทึกไว้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 40 เวลานั้นแม่พระยังทรงพระชนม์อยู่และอาศัยอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม เพราะฉะนั้นจึงหมายความว่าการประจักษ์นี้คือการที่แม่พระทรงอยู่ในสถานที่สองแห่งในเวลาเดียวกัน (bilocation) แม่พระทรงสัญญากับ นักบุญยากอบอัครสาวกว่าจะไปเยี่ยมเขาสักครั้งหนึ่ง เมื่อยากอบเริ่มต้นเดินทางไปประกาศพระวรสารจนสุดปลายแผ่นดินโลก
 
และยากอบเดินทางไปถึงสถานที่ซึ่งปัจจุบันนี้คือประเทศสเปน ท่านประกาศข่าวดีให้แก่ผู้คนที่นั่น แม่พระได้เสด็จมาเยี่ยมยากอบตามที่ทรงสัญญาไว้ โดยประจักษ์แก่ยากอบที่เสาหินอ่อนต้นหนึ่ง และทรงสั่งให้ยากอบสร้างโบสถ์ขึ้นที่บริเวณนั้น ทุกวันนี้สถานที่นั้นคือ อาสนวิหารแห่งซาราโกซา มีโบสถ์น้อย chapel of Santa Maria del Pilar หรือ แม่พระแห่งเสาหลัก  นี่เป็นการประจักษ์ของแม่พระก่อนที่พระนางจะได้รับการยกขึ้นสู่สวรรค์ และยังเป็นการอยู่สถานที่สองแห่งในเวลาเดียวกันของแม่พระด้วย การประจักษ์ภายหลังจากนี้เป็นการประจักษ์หลังจากการเข้าสู่สวรรค์ของแม่พระแล้ว
 
ส่วนใหญ่เราจะรู้เรื่องการประจักษ์ของแม่พระที่มีชื่อเสียงซึ่งเกิดขึ้นในฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 19 เช่น การประจักษ์ที่ลูรดส์และที่ลาซาแล็ต แต่หลายคนคงยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวการประจักษ์ของ แม่พระแห่งปุย Our Lady of Puy สถานที่นี้เองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดความศรัทธาต่อแม่พระในคริสตชนตั้งแต่เวลานั้นมาจนถึงทุกวันนี้ สถานที่นี้ถือได้ว่าเป็นการประจักษ์ครั้งแรกในโลกของแม่พระหลังจากทรงเข้าสู่สวรรค์แล้ว
 
ประมาณปี ค.ศ. 46 นักบุญเปโตรได้ส่งมิชชันนารีไปยังดินแดนที่เรียกว่าโกล (ต่อมาคือฝรั่งเศส) นักบุญฟรอนโตนิอุสเป็นพระสังฆราชที่นักบุญเปโตรส่งไปที่โกล ในเวลาต่อมาฟรอนโตนิอุสได้แต่งตั้งนักบุญยอร์จ(St. George)ให้เป็นพระสังฆราชต่อจากท่าน หลังจากเวลาผ่านไป 70 ปี หญิงหม้ายคนหนึ่งซึ่งนักบุญยอร์จช่วยให้กลับใจ เธอชื่อ วิลลา (Villa) ได้ล้มป่วยลงอย่างหนัก นักบุญยอร์จบอกให้นางวิงวอนต่อแม่พระขอให้พระนางทรงช่วย
 
วิลลาทำตามคำแนะนำและแม่พระทรงประจักษ์แก่นาง  แม่พระทรงบอกให้นางขึ้นไปบนภูเขาเอนิส(Mount Anis) พระแม่ทรงประสงค์ให้มีการสร้างโบสถ์ขึ้นที่นั่นเพื่อเป็นเกียรติแด่พระนาง ที่เนินเขาซึ่งมีชื่อว่าปุย Puy บนยอดของมันมีลานหินกว้างใหญ่ที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟ คนใช้ของวิลลาได้แบกหามเธอไปที่ยอดภูเขาเอนิส วางเธอไว้บนก้อนหินก้อนหนึ่ง เธอนอนหลับไปอย่างอ่อนเพลีย เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ก็พบว่า เธอได้หายจากโรคแล้ว ในตอนที่เธอหลับไปนั้น เธอฝันว่า มีสตรีแห่งสวรรค์ผู้หนึ่งยืนอยู่ใกล้เธอล้อมรอบด้วยเหล่าเทวดา เธอถามเหล่าเทวดานั้นว่า พระนางผู้นี่เป็นใคร? เหล่าเทวดาตอบว่าพระนางคือ “พระมารดาของพระเจ้า”
 
ในเวลาต่อมา ซึ่งคาดว่าเป็นวันที่ 11 ก.ค. 250 มีสถานศักดิ์สิทธิ์ที่อุทิศแด่พระมารดาของพระเจ้าตรงบริเวณสถานที่ซึ่งวิลลาได้รับการรักษาอย่างอัศจรรย์ ช่วงเวลาดูจะไม่ต่อเนื่องกันนักจากสมัยที่วิลลามีชีวิต มีการสร้างโบสถ์ขึ้นบริเวณสถานที่นั้นเริ่มตั้งแต่ปี 250 ไปจนเสร็จสมบูรณ์ในปี 430
 
ตามตำนานเล่าว่า พระสังฆราชท้องถิ่นได้รับสาส์นจากแม่พระและได้รับคำแนะนำให้สร้างโบสถ์บนเนินเขา พระสังฆราชได้ปีนขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อสำรวจ พื้นดินถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาถึงแม้จะเป็นเดือนกรกฏาคม มีกวางตัวหนึ่งเดินผ่านหิมะทำให้เกิดร่องรอยเป็นอาณาเขตบริเวณสำหรับสร้างอาสนวิหารตามที่แม่พระทรงมีพระประสงค์ ก้อนหินที่วิลลาพักและได้รับการรักษานั้นถูกเก็บรักษาไว้ตามเดิมเพื่อถวายเกียรติแด่แม่พระในฐานะ “พระบัลลังก์ของพระนางมารีย์” “Throne of Mary.”
 
ข่าวเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นที่ปุยนี้ได้แผ่กระจายไปทุกแห่ง และประชาชนก็เริ่มต้นมาจากทุกหนแห่ง ชื่อ “ปุย”กลายเป็นที่รู้จัก เมืองนั้นก็ได้ชื่อว่า “ปุย”ด้วย ราวศตวรรษที่ 6 จักรพรรดิชารเลอมาญและกษัตริย์ฝรั่งเศสหลายพระองค์ได้เสด็จแสวงบุญมาที่ปุยเพื่อสวดภาวนาต่อแม่พระ หลายปีผ่านไปมีบันทึกว่าเกิดอัศจรรย์ขึ้นมากมายเกิดขึ้นที่ปุย สถานที่นี้มีความสำคัญไม่ใช่เพียงแต่เป็นสถานที่แม่พระทรงประจักษ์ครั้งแรกในโลกหลังจากการเข้าสู่สวรรค์ของพระนางแล้วเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่แสวงบุญที่มีอาสนวิหารที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วย
 
อาสนวิหารนี้มีชื่อว่า อาสนวิหารแม่พระรับสาส์น (French; Cathédrale Notre-Dame du Puy) เรียกกันทั่วไปว่า อาสนวิหารแห่งปุย เป็นสถานที่แสวงบุญก่อนสมัยของกษัตริย์ชารเลอมาญมาจนถึงปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าพระศาสนจักรจะไม่เคยมีการตรวจสอบเรื่องราวการประจักษ์ด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ สถานที่แห่งนี้ก็ได้รับการรับรองแล้ว ในปี 1051 พระสันตะปาปาเลโอที่ 9 ทรงเขียนไว้ว่า “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาเอนิสแห่งนี้ พระนางมารีย์ทรงได้รับการเคารพนับถือมากยิ่งกว่าสถานที่อื่นใด พระนางทรงได้รับเกียรติและความรักจากบรรดาผู้มีความเชื่อทั้งหลายในประเทศนี้”
 
ในปี 1254 กษัตริย์หลุยส์ที่ 9 ทรงประทานรูปภาพพระมารดาพรหมจารีย์ทรงอาภรณ์ด้วยทองคำทำด้วยไม้มะค่าดำ ให้กับอาสนวิหาร และตั้งแต่บัดนั้นสถานที่นั่นก็เป็นที่รู้จักในฐานะบ้านของพรหมจารีย์ฉวีดำแห่งปุย (Black Virgin of Le Puy-en-Velay.)

 
 
 
 
************************
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น