วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ความนบนอบในความทุกข์

 
ณ.ห้องโถงแห่งหนึ่งของโบสถ์ ผู้คนมากมายรวมตัวกันในพิธีสำคัญบางอย่าง มีพระรูปแม่พระประดิษฐานอยู่บนฐานที่อยู่ตรงกลางห้องเบื้องหน้าประชาชนทั้งหลาย และมีห้องฟังสารภาพบาปอยู่ด้านข้าง ซิสเตอร์ท่านหนึ่งซึ่งสวมชุดสีดำเหมือนซิสเตอร์คณะคาร์เมลไลท์เดินเข้าไปสารภาพบาปกับพระสงฆ์ เมื่อท่านสารภาพบาปเสร็จแล้วก็เดินเพื่อจะกลับไปยังที่นั่งของท่าน ทันใดก็มีพระสงฆ์องค์หนึ่งปรากฏตัวขึ้นและสั่งซิสเตอร์ท่านนั้นว่า “ซิสเตอร์ จงมาคุกเข่าสวดภาวนาที่หน้าพระรูปแม่พระ” พระสงฆ์พูดจาขึงขังมาก ซิสเตอร์จึงเดินกลับมา ประชาชนที่อยู่ที่นั่นเริ่มไม่พอใจเพราะเห็นว่าพระสงฆ์กระทำรุนแรงเกินไปด้วยการบังคับให้ซิสเตอร์ไปสวดภาวนาที่หน้าพระรูปแม่พระ ชายคนหนึ่งในกลุ่มประชาชนพูดเสียงดังที่สุดพูดว่า “คุณพ่อ อย่าเลย อย่าบังคับซิสเตอร์ให้คุกเข่าสวดหน้าพระรูปเลย” เขาพูดตลอดเวลา ประชาชนแสดงความเห็นด้วย และซิสเตอร์ก็เริ่มลังเลทำท่าจะเดินกลับ แต่พระสงฆ์ยังพูดจาขึงขังบอกซิสเตอร์ว่า “ซิสเตอร์ให้มาคุกเข่าสวดภาวนาที่หน้าพระรูป” ซิสเตอร์ท่านนั้นจึงเดินอย่างช้าๆไปที่พระรูปและคุกเข่าลงสวดภาวนาตามคำสั่งของพระสงฆ์ ชายคนนั้นที่อยู่ในกลุ่มก็ยังคงพูดกับพระสงฆ์เหมือนเดิมว่า “คุณพ่อ อย่าบังคับซิสเตอร์เลย” ประชาชนรู้สึกระส่ำระสายในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทันใดนั้นชายอีกคนหนึ่งก็ได้รับพระพรให้มีความเข้าใจว่า นี่คือลักษณะของการนบนอบเชื่อฟังนั่นเอง และเขาก็พูดกับประชาชนว่า “ซิสเตอร์ได้ทำถูกต้องแล้ว เพราะซิสเตอร์ต้องปฏิบัติตามคุณธรรมความนบนอบเชื่อฟัง แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่ชอบก็ตาม เพราะนี่เป็นกฎที่ต้องปฏิบัติตาม” ประชาชนบางคนที่นั่นก็เริ่มมีความเข้าใจ และความสงบก็ค่อยๆกลับคืนมา
 
เรื่องที่เล่ามานี้เป็นความฝันของคืนวันหนึ่ง เป็นความฝันที่ทำให้ผมมีความเข้าใจมากขึ้นว่า ความทุกข์ยากลำบากต่างๆในชีวิตที่ทุกคนได้รับนั้น บางทีเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจของเราที่จะจัดการแก้ไขได้ และเราจำเป็นต้องยอมรับด้วยความนบนอบเชื่อฟังเหมือนซิสเตอร์ท่านนั้นในความฝัน ความทุกข์ในโลกปัจจุบันนี้มีมากมาย เป็นความทุกข์จากภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือความทุกข์จากฝีมือของมนุษย์เอง มีคนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน ถูกเบียดเบียน บางคนได้รับบาดเจ็บ บางคนสูญเสียคนที่รักในครอบครัว บางคนไม่มีที่อยู่อาศัย ฯลฯ เป็นความทุกข์ที่ไม่มีใครต้องการ แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สำหรับความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับเราแต่ละคนไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่เป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรยอมรับด้วยคุณธรรมแห่งความนบนอบเชื่อฟัง เช่นเดียวกับพระเยซูเจ้าทรงนบนอบต่อพระบิดาโดยการยอมรับความทุกข์ทรมานด้วยการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
 
ในท้ายที่สุด พระเจ้าจะทรงตอบแทนทุกคนที่ได้รับความทุกข์ร้อน พระองค์จะทรงเช็ดน้ำตาทุกหยดจากดวงตาของเขา พระองค์จะทรงประทานความสุขชดเชยความทุกข์ที่พวกเขาได้รับ ความสุขนั้นยิ่งใหญ่จนพวกเขามองเห็นว่าความทุกข์ที่ได้รับนั้นเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยแค่ฝุ่นธุลี เมื่อเทียบกับความสุขที่พวกเขาได้รับ
 
เป็นบุญของผู้ที่ได้รับความทุกข์ร้อน เหตุว่าเขาจะได้รับความบรรเทา
 
เป็นบุญของผู้ที่ถูกเบียดเบียนข่มเหงเพราะความยุติธรรม เหตุว่าพระอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา
************************************
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น