วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ชาร์ล ดิกเกนส์เคยได้รับการเยี่ยมจากแม่พระ?

 
 
ชาร์ล ดิกเกนส์(Charles Dickens)นักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ เขาแต่งนวนิยายหลายเรื่อง เช่น Oliver Twist , Christmas Carol, David Copperfield ฯลฯ
 
ชาร์ล ดิกเกนส์,ถึงแม้จะเป็นแองกลิกันโดยกำเนิด แต่เขาไม่ใช่คนที่สนอกสนใจในคริสตศาสนา ไม่ว่าจะเป็นนิกายโรมันคาทอลิก หรือนิกายโปรเตสแตนต์แองกลิกัน เขามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้นับถือศาสนา โดยมองเห็นแต่ความหน้าซื่อใจคดและขาดความสัตย์ซื่อของผู้คนต่อคำสอนที่แท้จริงของพระคริสต์
 
ในหนังสือ A Christmas Carol โดยชาร์ล ดิกเกนส์,ตัวละครที่เป็นนายจ้างชาวยิวชื่ออีเบนเซอร์ สกรูจ(Ebenezer Scrooge) ถูกวิญญาณสามดวงพาเขาไปเยี่ยมเยียนที่ต่างๆ และแสดงให้เขาเห็นถึงความผิดพลาดในการดำเนินชีวิตของเขาและนำเขาไปสู่การเปลี่ยนแปลงของชีวิต มันเป็นนิทานคริสต์มาสคลาสสิกที่เป็นอมตะ
 
สิ่งที่น่าสนใจคือ หนึ่งปีหลังจากดิคเกนส์เขียนนิทานคริสต์มาสเรื่องนี้ เขามีประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณของเขาเอง เขาได้เขียนเล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ในจดหมายถึงเพื่อนจอห์น ฟอร์สเตอร์ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 1844 ขณะไปพักผ่อนที่เมืองเจนัว ประเทศอิตาลี เขาเขียนว่า
 
"ผมจะเล่าให้คุณฟังเกี่ยวกับความฝันที่น่าสนใจของผมเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา และความเป็นจริงที่ผมสามารถจำได้ ขอเท้าความนิดหน่อย,ผมเป็นโรคไขข้ออักเสบที่หลังและต้องผูกปมรอบเอวของผมเหมือนผ้าคาดเอวแห่งความเจ็บปวด และผมต้องตื่นขึ้นเกือบตลอดทั้งคืนด้วยความทุกข์ระทม เมื่อผมผล็อยหลับไปและฝันถึงความฝันนี้ ผมกำลังอยู่ในสถานที่อันคลุมเครือซึ่งงดงามมากในความคลุมเครือนั้น ผมได้รับการเยี่ยมเยียนจากวิญญาณดวงหนึ่ง ผมไม่สามารถแยกแยะใบหน้าได้ และจำไม่ได้ว่าผมต้องการทำเช่นนั้น วิญญาณสวมผ้าคลุมสีน้ำเงิน เหมือนพระแม่มารีย์ในภาพวาดของราฟาเอล; และไม่มีความคล้ายคลึงกับใครก็ตามที่ผมรู้จักยกเว้นในเรื่องรูปร่าง
 
"ผมคิดว่า (แต่ไม่แน่ใจ) ว่าจำเสียงนั้นได้ อย่างไรก็ตาม,ผมรู้ว่านั่นน่าจะเป็นมารีที่น่าสงสาร ผมไม่มีความกลัวเลย แต่ดีใจยิ่งนัก ผมจึงร้องไห้เป็นอันมาก และยื่นแขนออกไปเรียกผู้นั้นว่า "ที่รัก" ในตอนนี้ผมรู้สึกทันทีว่านี่เป็นนิสัยแย่ๆของผม ผมไม่ควรพูดอย่างคนคุ้นเคย “โปรดอภัยให้ผมด้วย!” ผมพูดว่า. “มนุษย์ที่น่าสงสารอย่างพวกเราสามารถแสดงออกได้ด้วยการมองเห็นและด้วยคำพูดเท่านั้น ผมใช้คำพูดตามธรรมชาติสำหรับความรักของเรา แต่เธอย่อมรู้ถึงจิตใจของผม” ผมเต็มไปด้วยความสงสารตัวเองและความเศร้าโศก - ซึ่งผมรับรู้ทางจิตวิญญาณ เพราะอย่างที่ผมพูดไป ผมไม่ได้รับรู้อารมณ์จากการมองที่ใบหน้า - ด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ,ผมจึงพูดอย่างสะอึกสะอื้นว่า “โอ้! โปรดให้เครื่องหมายบางอย่างแก่ผมด้วยว่าเธอมาเยี่ยมผมจริงๆ!” “จงตั้งความปรารถนา” วิญญาณพูด ผมคิดและให้เหตุผลกับตัวเองว่า “ถ้าผมตั้งความปรารถนาแบบเห็นแก่ตัว วิญญาณก็จะหายไป” ผมจึงรีบละทิ้งความหวังและความวิตกกังวลที่ผุดขึ้นในจิตใจและกล่าวว่า “มิสโฮการ์ธ(Mrs. Hogarth)ถูกห้อมล้อมด้วยความทุกข์ยากแสนสาหัส” — ดูสิ ผมไม่เคยคิดที่จะพูดถึง “แม่ของคุณ” กับผู้อื่นเลย – “เธอจะรอดพ้นไหม?” "ใช่." “และการรอดพ้นของเธอก็เพื่อความมั่นใจสำหรับผมว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง” "ใช่." “แต่กรุณาตอบคำถามอื่นแก่ผมด้วย” ผมพูดด้วยความทุกข์ใจในการวอนขอด้วยเกรงว่าวิญญาณจะจากผมไป “ศาสนาที่แท้จริงคือศาสนาอะไร?” วิญญาณหยุดนิ่งชั่วครู่โดยไม่ตอบ ผมจึงพูดว่า – พระเจ้า!ผมพูดด้วยความเร่งรีบ เกรงว่าวิญญาณจะหายไป ! – “เธอคิดเหมือนผมไหมว่าไม่ว่าจะเป็นรูปแบบศาสนาใดก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญนัก,ถ้าเราพยายามทำความดี? หรือ” ผมพูดโดยสังเกตว่าวิญญาณยังคงลังเลและรู้สึกสงสารผมอย่างที่สุด “หรือบางทีโรมันคาทอลิกอาจดีที่สุด? เพราะทำให้เรานึกถึงพระเจ้าบ่อยขึ้นและเชื่อในพระองค์มากขึ้น?” “สำหรับเธอ” วิญญาณตอบ, เต็มไปด้วยความอ่อนโยนจากสวรรค์ที่มีต่อผม จนผมรู้สึกราวกับหัวใจจะแตกสลาย “สำหรับเธอ นั่นแหละดีที่สุด!” แล้วผมก็ตื่นขึ้นทั้งน้ำตานองหน้า และตัวผมก็อยู่ในสภาพเหมือนในฝันทุกประการ เวลานั้นยังรุ่งสาง ผมโทรหาเคทและเล่าเรื่องในความฝันซ้ำสามหรือสี่ครั้ง เพื่อที่ผมจะได้ทำให้มันชัดเจนขึ้นหรือไม่หลงลืมโดยไม่รู้ตัวในภายหลัง เรื่องมันเป็นอย่างนี้"
 
ดิกเกนส์ไม่แน่ใจว่าวิญญาณคือใคร เขาบอกว่า "ไม่มีความคล้ายคลึงกับใครก็ตามที่ผมรู้จักยกเว้นในเรื่องรูปร่าง" แต่เขาบอกว่าวิญญาณดูเหมือนจะเป็น "มารี" ซึ่งหมายถึงมารีโฮการ์ธ พี่สะใภ้ของเขาที่ล่วงลับไปแล้ว
 
ดิกเกนส์เขียนต่อไปในจดหมายเพื่ออธิบายว่าเขาอาจได้รับอิทธิพลจากห้องพักในอิตาลีของเขา ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องเรือนสไตล์โรมันคาทอลิก รวมทั้งแท่นบูชา
 
… มีแท่นบูชาขนาดใหญ่ในห้องนอนของเรา ซึ่งบางครอบครัวที่เคยอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้เคยทำพิธีมิสซาในสมัยโบราณ และก่อนเข้านอนผมสังเกตเห็นว่ามีรอยที่ผนังเหนือวิหารซึ่งเคยเป็นรูปเคารพทางศาสนา และผมก็นึกสงสัยอยู่ในใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร และหน้าตาเป็นอย่างไร ประการที่สาม ผมเคยได้ยินเสียงระฆังของคอนแวนต์ (ซึ่งดังเป็นช่วงๆ ในตอนกลางคืน) และไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นกิจวัตรของนิกายโรมันคาทอลิก และถึงกระนั้น ในเรื่องทั้งหมดนี้ ผมอยากให้ความปรารถนานั้นเป็นจริง และผมสงสัยว่ามันเป็นความฝันหรือนิมิตจริงกันแน่
 
ความถูกต้องของความฝันดังกล่าวเป็นการยากที่จะประเมินจากจดหมายเพียงฉบับเดียว แต่นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่พระแม่มารีย์ทรงเยี่ยมผู้ที่ไม่ใช่คาทอลิก พระนางเคยประจักษ์แก่ผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้าตลอดประวัติศาสตร์
 
ดิคเก้นอาจเคยประสบกับเรื่องราวในแบบของเขาเอง สตรีจากสวรรค์มาเยี่ยมเยียนและพยายามแนะนำเขาให้ปฏิบัติศาสนกิจของคาทอลิก.
 
************************
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น