วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2567

พระเยซูและงูทองสัมฤทธิ์

 



ในยอห์น 3:14-15 พระเยซูทรงทำนายถึงพระองค์เองว่า “โมเสสยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร” แล้วเหตุใดพระเยซูจึงยกข้อความในพันธสัญญาเดิมเกี่ยวกับงูทองสัมฤทธิ์ที่อยู่บนเสาเพื่อเปรียบเทียบกับการตรึงกางเขนของพระองค์? แล้วซาตานก็ถูกเรียกว่าเป็นงูในปฐมกาลบทที่ 3 มิใช่หรือ? เรามาหาคำตอบกัน
 
งูทองสัมฤทธิ์
 
ในหนังสือกันดารวิถีบทที่ 21 ชาวอิสราเอลบ่นเกี่ยวกับการที่พระเจ้าและโมเสสไม่สนใจกับสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขา พวกเขาบ่นว่าอาหารที่พวกเขาได้รับคือมานนานั้นจีดชีดไม่อร่อย หลังจากนั้น พระผู้เป็นเจ้าจึงทรงส่งงูพิษมาในหมู่ประชาชน งูกัดชาวอิสราเอลตายไปเป็นอันมาก ประชาชนมาหาโมเสสและกล่าวว่า 'พวกเราได้ทำบาปเพราะได้บ่นว่าพระยาห์เวห์และบ่นว่าท่านด้วย ขอท่านทูลพระยาห์เวห์ให้ทรงขจัดงูพิษเหล่านี้ออกไปเถิด” โมเสสจึงอ้อนวอนพระเจ้าเพื่อประชากร และพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงทำงูโลหะติดไว้บนเสา ผู้ที่ถูกงูกัดและมองดูงูโลหะนั้นจะรอดชีวิต” โมเสสจึงทำงูทองสัมฤทธิ์ขึ้นติดไว้ที่เสา ผู้ที่ถูกงูกัดและมองดูงูทองสัมฤทธิ์นั้นก็รอดชีวิต
 
พระเยซูตรัสถึงอำนาจแห่งการช่วยให้รอดของการตรึงกางเขนของพระองค์อันเปรียบได้กับอำนาจแห่งการช่วยให้รอดชีวิตของงูทองสัมฤทธิ์ แต่งูทองสัมฤทธิ์ช่วยเยียวยารักษาทางฝ่ายร่างกาย ส่วนการตรึงกางเขนขอวพระองค์ช่วยให้ได้รับชีวิตนิรันดร์
 
อย่างไรก็ตาม เหตุใดจึงใช้ภาพงูบนเสาเพื่อเปรียบเทียบกับบุตรแห่งมนุษย์ที่ถูกตรึงที่กางเขน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อในบทปฐมกาลบรรยายว่าซาตานเป็นงูล่ะ?
 
มนุษย์ต้องทนทุกข์อันเนื่องมาจากความตายฝ่ายวิญญาณ เราจะเห็นว่าบาปเป็นผลมาจากการเลือกสิ่งที่ขัดต่อธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา มนุษย์ตายฝ่ายวิญญาณเมื่อพวกเขาเลือกบาปเหนือพระเจ้า ด้วยเหตุนี้ มนุษย์จึงทำให้ความตายฝ่ายวิญญาณเกิดขึ้นกับเขาเองเมื่อเขาเลือกทำบาป มนุษย์จึงกลายเป็นงูของตัวเอง ที่กัดตัวเองด้วยการกระทำอันมีพิษโดยเลียนแบบซาตาน ที่เป็นงูที่แท้จริง
 
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ พระบิดาจึงส่งพระบุตรมาในร่างมนุษย์ - พระเยซูทรงเรียกพระองค์เองว่า "บุตรแห่งมนุษย์" - ผู้ทรงถูกแขวนบนไม้กางเขนเพื่อทุกคนที่มองดูพระองค์ด้วยดวงตาแห่งความเชื่อจะมีชีวิต
 
นอกจากนี้ นักบุญเปโตรยังกล่าวอีกว่า “[พระเยซู] ทรงแบกบาปของเราไว้ในพระวรกายบนไม้กางเขน” (1 เปโตร 2:24) และนักบุญเปาโลเขียนว่า “เพื่อเห็นแก่เรา พระเจ้าทรงทำให้พระองค์ผู้ไม่รู้จักบาปเป็นผู้รับบาป …” (2 โครินธ์ 5:21) เมื่อพระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขนและแขวนไว้ระหว่างสวรรค์และโลก พระองค์ทรงถูกแขวนไว้ที่นั่นเพื่อเป็นตัวแทนของมวลมนุษยชาติ (อาดัมคนสุดท้าย) โดยทรงรับบาปของเราไว้กับพระองค์ เพื่อว่าโดยพระหรรษทานและโดยความเชื่อ, เราจะได้รับความรอดพ้นจากตัวเราเองอันเป็นธรรมชาติที่ตกต่ำของเรา และถูกยกขึ้นมาพร้อมกับพระคริสต์สู่ธรรมชาติที่แท้จริงของเรา
 
พระเยซูทรงเป็นอาหารแท้จากสวรรค์
 
อาหารที่ชาวอิสราเอลบอกว่าจืดชืดคือมานาที่หล่นลงมาจากท้องฟ้า พระเจ้าประทานมานาซึ่งเป็นอาหารเหนือธรรมชาติให้พวกเขาเพื่อค้ำจุนชีวิตพวกเขาระหว่างการเดินทางในทะเลทราย และพวกเขาบอกว่ามันจืดชืด แม้จะมีการบ่นก่อนหน้านี้ซึ่งไม่ได้รับการลงโทษ แต่เราก็สามารถเห็นได้ว่าทำไมพระเจ้าจึงลงโทษพวกเขาในกรณีนี้ เพราะการบ่นว่านี้มุ่งตรงไปที่พระเจ้าและการดูแลด้วยพระเมตตาสงสารของพระองค์ต่อประชากรอิสราเอล
 
มานาที่มาจากท้องฟ้าเป็นรูปแบบหนึ่งของพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท เราต้องรับพระองค์ในฐานะอาหารที่แท้จริงจากสวรรค์ น่าเสียดายที่หลายคนเรียกศีลมหาสนิทว่าเป็นอาหารที่จืดชือและหากพวกเขาตายในสภาพที่กำลังบ่นและเป็นกบฏ พวกเขาจะได้รับการลงโทษชั่วนิรันดร์สำหรับบาปนี้
 
งูพิษที่ส่งมานั้นเป็นการลงโทษชั่วคราว เพื่อแก้ไขพฤติกรรมเอาแต่ใจของชาวอิสราแอล อย่างไรก็ตาม การลงโทษชั่วนิรันดร์เป็นสิ่งที่เราเลือกเมื่อเราอยู่ในสภาพของบาปจนตาย เป็นพระเมตตาที่พระคริสต์ทรงไถ่กู้เราแล้ว และพระองค์ทรงยกเลิกโทษนิรันดร,ถ้าเราหันไปหาพระองค์
 
และมีความเชื่อในทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสอนและทำเป็นแบบอย่างแก่เรา ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณดูไม้กางเขน (โดยเฉพาะในวันอีสเตอร์) จำไว้ว่าพระเยซูทรงยอมให้พระองค์เองถูกประหารเพื่อให้เราสามารถมีชีวิตอยู่ตลอดไป งูบนเสาเป็นวิธีแก้ปัญหาชั่วคราว พระเยซูคริสต์ทรงถูกตรึงกางเขนเป็นการแก้ไขชั่วนิรันดร์สำหรับการลงโทษที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของเรา
 
************************
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น